
โฆษณารถตุ๊กตุ๊ก สื่อออฟไลน์ที่ช่วยให้แบรนด์ถูกเห็นจริงในทุกเส้นทาง
ในยุคที่หลายธุรกิจทุ่มงบไปกับโฆษณาออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็น Facebook Ads, Instagram Ads หรือ Google Ads สิ่งหนึ่งที่เจ้าของธุรกิจมักเจอเหมือนกันคือ “คนเลื่อนผ่านเร็วมาก”
เห็นโพสต์ไม่กี่วินาที
ยังไม่ทันจำแบรนด์ได้
โฆษณาก็หายไปจากหน้าจอแล้ว
แต่ถ้าธุรกิจอยากให้แบรนด์ถูกเห็นซ้ำในชีวิตจริง การทำโฆษณาออฟไลน์ผ่านรถตุ๊กตุ๊ก หรือ Tuktuk Ads เป็นอีกหนึ่งช่องทางที่น่าสนใจ โดยเฉพาะธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้ในพื้นที่เมือง ย่านท่องเที่ยว หรือโซนที่มีกลุ่มลูกค้าเดินทางผ่านเป็นประจำ
ทำไมโฆษณารถตุ๊กตุ๊กถึงยังน่าสนใจในยุคออนไลน์
จุดแข็งของโฆษณารถตุ๊กตุ๊กคือ “การมองเห็นจริง” เพราะรถไม่ได้จอดอยู่กับที่ แต่เคลื่อนที่ไปตามเส้นทางต่าง ๆ ในเมือง ทำให้แบรนด์มีโอกาสผ่านสายตาผู้คนหลายกลุ่ม ทั้งคนเดินถนน คนขับรถ นักท่องเที่ยว และคนในพื้นที่
ต่างจากโฆษณาออนไลน์ที่ผู้ใช้อาจเลื่อนผ่าน กดข้าม หรือเห็นเพียงไม่กี่วินาที โฆษณาบนรถตุ๊กตุ๊กเป็นสื่อที่อยู่ในพื้นที่จริง มองเห็นได้จากระยะไกล และมีโอกาสถูกเห็นซ้ำหลายครั้งในแต่ละวัน
สำหรับธุรกิจที่ต้องการให้คน “จำชื่อแบรนด์ได้” การเห็นซ้ำในชีวิตประจำวันเป็นเรื่องสำคัญ เพราะการจดจำไม่ได้เกิดจากการเห็นครั้งเดียว แต่เกิดจากการเห็นบ่อยพอจนแบรนด์เริ่มติดอยู่ในความคิดของลูกค้า
รถตุ๊กตุ๊ก 1 คัน วิ่งทั้งวัน แบรนด์ได้อะไรบ้าง
จากภาพคอนเทนต์นี้ ประเด็นหลักคือคำถามที่เจ้าของธุรกิจควรคิดต่อว่า
“รถตุ๊กตุ๊ก 1 คัน วิ่งทั้งวัน มีคนเห็นโฆษณาคุณกี่คน?”
คำถามนี้สำคัญ เพราะทำให้เราไม่ได้มองโฆษณารถตุ๊กตุ๊กเป็นแค่ “ป้ายบนรถ” แต่มองเป็นพื้นที่สื่อเคลื่อนที่ที่พาแบรนด์ออกไปหาผู้คนตลอดวัน
สิ่งที่แบรนด์มีโอกาสได้รับจาก Tuktuk Ads ได้แก่
การมองเห็นในพื้นที่จริง
การเห็นซ้ำระหว่างวัน
การจดจำแบรนด์จากภาพและข้อความบนรถ
การสร้างความคุ้นเคยในพื้นที่ที่ต้องการโปรโมต
การต่อยอดจาก Offline ไปสู่ Online เช่น ค้นหาแบรนด์ ทักเพจ หรือสแกน QR Code
โดยเฉพาะในเมืองที่มีการเดินทางสูง เช่น เชียงใหม่ รถตุ๊กตุ๊กสามารถช่วยให้แบรนด์เข้าไปอยู่ในเส้นทางที่ผู้คนใช้จริง ไม่ว่าจะเป็นย่านท่องเที่ยว ย่านร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม หรือพื้นที่ธุรกิจ
เปรียบเทียบกับ Facebook Ads Reach 5,000 คน ต่างกันอย่างไร
การเปรียบเทียบระหว่าง Facebook Ads Reach กับโฆษณารถตุ๊กตุ๊ก ไม่ได้หมายความว่าเครื่องมือไหนดีกว่ากันเสมอไป แต่ควรมองว่าแต่ละช่องทางทำหน้าที่ต่างกัน
Facebook Ads เหมาะกับการยิงกลุ่มเป้าหมาย วัดผล คลิก ทักแชต เก็บข้อมูล และทำ Retargeting ได้ดี
ส่วน Tuktuk Ads เหมาะกับการสร้างการรับรู้ในพื้นที่จริง ทำให้แบรนด์ถูกเห็นในชีวิตประจำวัน และช่วยให้คนรู้สึกว่าแบรนด์ “มีตัวตน” มากขึ้น
พูดง่าย ๆ คือ
Facebook Ads ช่วยให้คนเห็นแบรนด์บนหน้าจอ
Tuktuk Ads ช่วยให้คนเห็นแบรนด์ในเมืองจริง
ถ้าใช้ร่วมกันอย่างถูกวิธี แบรนด์จะได้ทั้งการมองเห็นออนไลน์และออฟไลน์ ซึ่งช่วยให้การสื่อสารหนักแน่นขึ้น และเพิ่มโอกาสให้ลูกค้าจำแบรนด์ได้ดีขึ้น
ธุรกิจแบบไหนเหมาะกับโฆษณารถตุ๊กตุ๊ก
โฆษณารถตุ๊กตุ๊กเหมาะกับธุรกิจที่ต้องการสร้างการรับรู้ในพื้นที่เฉพาะ โดยเฉพาะธุรกิจที่มีหน้าร้าน มีบริการในพื้นที่ หรืออยากให้คนในเมืองเห็นแบรนด์บ่อยขึ้น เช่น
ธุรกิจร้านอาหาร คาเฟ่ โรงแรม คลินิก ธุรกิจท่องเที่ยว อสังหาริมทรัพย์ โรงเรียนสอนพิเศษ อีเวนต์ โปรโมชั่นท้องถิ่น หรือธุรกิจที่ต้องการโปรโมตแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักในเชียงใหม่
นอกจากนี้ยังเหมาะกับแบรนด์ที่ต้องการทำแคมเปญเปิดตัวสินค้า เปิดตัวสาขาใหม่ หรือโปรโมตช่วงเวลาสำคัญ เพราะโฆษณารถตุ๊กตุ๊กช่วยให้แบรนด์ออกไปอยู่ในสายตาคนจำนวนมากในพื้นที่จริง
ใช้ Tuktuk Ads ให้ได้ผล ต้องวางแผนมากกว่าแค่ติดป้าย
การทำโฆษณารถตุ๊กตุ๊กให้ได้ผล ไม่ใช่แค่เอาโลโก้ไปติดบนรถแล้วจบ แต่ต้องคิดให้ครบตั้งแต่ข้อความ ภาพ เส้นทาง และการเชื่อมต่อกับช่องทางออนไลน์ สิ่งที่ควรวางแผนก่อนเริ่มแคมเปญ ได้แก่
- ข้อความต้องสั้นและจำง่าย
คนเห็นรถระหว่างเดินทาง ไม่มีเวลานานพอจะอ่านข้อความยาว ๆ ดังนั้นข้อความบนรถควรชัด สั้น และเข้าใจทันที
- ภาพต้องเห็นชัดจากระยะไกล
ดีไซน์ควรมีจุดเด่น มีสีที่ตัดกับพื้นหลัง และสื่อสารแบรนด์ได้เร็ว
- เส้นทางต้องตรงกับกลุ่มเป้าหมาย
ถ้าต้องการเข้าถึงนักท่องเที่ยว ควรเลือกเส้นทางย่านท่องเที่ยว ถ้าต้องการเข้าถึงคนทำงาน อาจเลือกเส้นทางเมืองหรือย่านธุรกิจ
- ควรมีช่องทางให้คนไปต่อ
เช่น QR Code, LINE OA, เว็บไซต์ หรือชื่อเพจที่ค้นหาเจอง่าย เพื่อให้คนที่เห็นโฆษณาสามารถติดต่อแบรนด์ได้ทันที
- เชื่อมกับออนไลน์เพื่อวัดผลและปิดการขาย
หลังจากคนเห็นแบรนด์ออฟไลน์แล้ว ควรมีคอนเทนต์ออนไลน์ เว็บไซต์ หรือแอดรองรับ เพื่อเปลี่ยนการมองเห็นให้กลายเป็นโอกาสทางธุรกิจ
โฆษณาออฟไลน์ที่ดี ควรทำงานร่วมกับออนไลน์
หลายธุรกิจมองว่าออนไลน์กับออฟไลน์เป็นคนละเรื่อง แต่ในความจริง การตลาดที่ดีควรเชื่อมสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน
ตัวอย่างเช่น ลูกค้าเห็นโฆษณาบนรถตุ๊กตุ๊กระหว่างเดินทาง จากนั้นค้นหาชื่อแบรนด์บน Google เข้าไปดูเว็บไซต์ หรือทักเพจเพื่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม
ตรงนี้คือจุดที่ Offline ช่วยสร้างการรับรู้ และ Online ช่วยรับช่วงต่อเพื่อปิดการขาย
ถ้าธุรกิจมีเว็บไซต์ที่ดี มี SEO รองรับ มีคอนเทนต์ที่อธิบายบริการชัด และมีโฆษณาออนไลน์ช่วย Retargeting คนที่เคยสนใจ แคมเปญจะมีโอกาสทำงานได้ครบวงจรมากขึ้น
KidKid Marketing ช่วยวางแผน Tuktuk Ads ให้เชื่อมกับการตลาดทั้งระบบ
KidKid Marketing ไม่ได้มองโฆษณารถตุ๊กตุ๊กเป็นแค่สื่อออฟไลน์ แต่เรามองเป็นหนึ่งในระบบการตลาดที่ควรเชื่อมกับคอนเทนต์ โฆษณา เว็บไซต์ และ SEO
เพราะการมองเห็นอย่างเดียวอาจยังไม่พอ ถ้าลูกค้าเห็นแบรนด์แล้วค้นหาต่อ แต่ไม่เจอเว็บไซต์ ไม่เจอข้อมูล หรือไม่เข้าใจว่าธุรกิจให้บริการอะไร โอกาสทางการตลาดก็อาจหลุดไปได้
เราจึงช่วยวางแผนตั้งแต่แนวคิดแคมเปญ ข้อความบนสื่อ ภาพรวมการสื่อสาร ไปจนถึงช่องทางออนไลน์ที่ควรรองรับ เพื่อให้แบรนด์ไม่ได้แค่ “ถูกเห็น” แต่มีโอกาส “ถูกจำ” และต่อยอดไปสู่การติดต่อจริง